เว็บไชต์สำคัญเพียงใด?

10 อย่างที่ลูกค้าเข้าใจผิดกับธุรกิจ Online
การทำธุรกิจ Online เป็นที่นิยมกันมากและมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสมัยใหม่ลูกค้ามีการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น เลยต้องการหาช่องทางเพื่อทำการเปรียบเทียบให้มากขึ้น หลายๆบริษัทในไทยกว่า 44 % ยังไม่มีเว็บไชต์หรือช่องทางการให้ข้อมูลแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายใน และบริษัทเหล่านี้ไม่มีความพยายามที่จะเรียนรู้หรือปรับตัวให้ตามกระแสโลก และในที่สุดเมื่อปรับตัวไม่ได้ ก็จะสลายไปตามกาลเวลา

ทำไมเว็บไชต์สำคัญเพียงใด? ใน ยุคปัจจุบันที่ข้อมูลสามารถหาได้ง่ายตาม internet นั้น ลูกค้าต้องการที่จะทราบข้อมูลของคุณก่อนที่จะตัดสินใจ ลูกค้าต้องการอ่าน และศึกษาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ลูกค้าสมัยเก่าๆที่รอคนมาป้อนข้อมูลให้ ยกตัวอย่าง สมัยนี้แทบไม่มีแล้วครับ จะสร้างบ้านแล้วเดินตรงๆไปบอกว่าผมเอาบ้านหลังหนึง แล้วอีก 1 ปี เจอกัน เมื่อบ้านเสร็จ

ลูกค้า ณ ปัจจุบัน จะทำการค้นคว้า ศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่าข้อมูลที่รู้ด้วยตัวเองนั้นน่าเชื่อถือกว่าข้อมูลที่ผู้ขายป้อนเข้าหัวแน่นอน จะซื้อบ้านก็จะศึกษาราคาเปรียบเทียบ ศึกษาเทคโนโลยีบ้านว่ามีอะไรที่ดี อะไรที่ไม่ดี เช่นกันครับ ลูกค้าทุกประเภทนั้นเหมือนกัน ลูกค้าต้องการซื้อบริการหรือสินค้าของคุณ เค้าก้ต้องการความรู้มาก่อนเช่นกัน ที่จะซื้อหรือตัดสินใจ และผมได้รวบรวม 10 อย่างที่ได้เจอจากประสบการณ์จริงครับ แล้วเล่าให้ฟังเพื่อไม่ให้คุณพลาดครับ

1. เว็บไชต์ไม่สำคัญ
มีการศึกษาแล้วว่ากว่า 44% ในธุรกิจไทย นั้นไม่มีเว็บไชต์ของตัวเอง?!?! ผมขออัญเชิญคุณไปหาทั่วโลกได้เลยครับ ธุรกิจที่รุ่งใหญ่โต มโหฬารแล้วไม่มีเว็บไชต์ เป็นไปไม่ได้เลยครับ ในโลกปัจจุบันถ้าคุณมีหน้าร้านขายของบนโลกจริงๆ คุณก็จำเป็นต้องมีหน้าร้านขายของบนโลกออนไลน์เช่นกัน ถ้าคิดจะใหญ่ คิดจะโต ไม่มีเว็บไชต์นี้ผมเห็นตัวอย่างมาแล้วครับ เจ๊งกันเป็นแถวๆ โครงการบ้านที่พัทยา มีโครงการหนึง(ไม่บอกชื่อ) ทำโครงการมาเรียบร้อยลงทุนหลักร้อยล้าน ไม่มีเว็บไชต์ ลูกค้าต้องการดูข้อมูลไม่อยากไปนั่งคุยกับเซล เพราะว่าอาจจะไม่มีเวลา หรือว่าอาจจะอยากศึกษาก่อน เจ้าของได้บอกว่าถ้าคุณมีเว็บไชต์แล้ว ลูกค้าจะโทรมาหาคุณหรอ? ลูกค้าดูบนเว็บไม่ชอบก็หนีแล้ว ไม่กลับมาแล้ว แล้วคุณจะได้คุยกับลูกค้า แล้วจะชักจูงให้ลูกค้ามาซื้อได้ยังไง ถ้าไม่มีโอกาสได้คุย ฟังแล้วก็อืมม concept แปลกดีครับ แล้วยังไงดีครับ เจ๊งสิครับ ลูกค้าไม่โง่นะครับ เค้าจะซื้อของไม่ให้ลูกค้าดูข้อมูลด้วยตัวเองบ้างหรอครับ

การทำเว็บไชต์นั้นไม่จำเป็นต้องจ้าง หรือทำเป็นเว็บขึ้นมาก็ได้นะครับ ยกตัวอย่างขายของบน facebook, instragram, pinterest มีกันให้เยอะแยะครับ แล้วก็รุ่งด้วย แต่สุดท้ายคุณต้องทำอะไรสักอย่างให้ลูกค้าดูข้อมูล online ได้ ให้เค้าศึกษาคุณได้ แค่ข้อมูลคุณยังงกเลยครับ ใครจะมาเชื่อใจคุณ

2. ทำเว็บแล้วได้อยู่ที่ 1 เลยหรือปล่าว
อันนี้กว่า 80 % เข้าใจผิดกันมาตลอดว่า คุณทำเว็บแล้วคุณได้อยู่ที่ 1 ของ Google แน่ๆ ใครๆก็ต้องเจอเว็บผม อันนี้เข้าใจผิดอย่างแรงนะครับ เปรียบเหมือนการสร้างบริษัท ทำเว็บไชต์ก็คือการสร้างบริษัท แต่การจะให้คนอื่นรู้จักบริษัทคุณ มันต้องมีค่าใช้จ่ายอีกนะครับต้องโฆษณาต้องมีการโปรโมทครับ ซึ่งการทำให้เว็บคุณขึ้นอันดับแรกๆมี 2 วิธี คือ SEO กับ Adword ในกรณีนี้ผมพูดถึง Google อย่างเดียวนะครับ เพราะว่ากว่า 95 % คนทั่วโลกใช้ Google ในการค้นหาข้อมูล

3. เว็บสวยๆเปลืองตัง ไม่ได้ช่วยให้ขายดีซะหน่อย
ผมเจอคนบอกว่าทำเว็บสวยไปแล้วเสียตังแพงๆไปทำไม ไม่ได้จะขายดีขึ้นสักหน่อย มีเว็บให้คนมาอ่านข้อมูลอย่างเดียวก็พอแล้ว บางคนทำเว็บมาแบบเน้นเอาถูกครับ ไม่ได้สนใจการแต่งเว็บเลย คือผมจะบอกว่าเว็บสวยแล้วดียังไง เปรียบเหมือนว่า คุณเป็นคนขายของแต่งตัวแบบกางเกงขาดๆ เสื้อโทรมๆ ล้าหลังไม่ตามสมัย ผมรุงรัง แล้วไปขายของดูสิครับ เทียบกับอีกคนหนึงขายของเหมือนกันแต่ตัวหล่อใส่สูท หนวดเคราโกนเรียบร้อย อาจจะใช้ของมียี่ห้อบ้าง ร้อยทั้งร้อยครับถ้าขายของอย่างเดียวกัน คนหลังขายดีกว่า คำที่คุณไม่มีคือ ความน่าเชื่อถือครับ เว็บสวยและดูง่ายมันก็เหมือนการการันตีว่าคุณใส่ใจ คุณดูดี ความน่าเชื่อถือคุณก็มากกว่าเช่นกัน การที่คนทำเว็บเค้าทำให้มันสวยๆ ใช้งานง่ายมันมีความหมายครับ ไม่งั้นป่านนี้ nokia ขายดีกว่า iphone แล้วสิครับ ถูกกว่าเนื้อหาก็มีพอๆกันไม่เห็นต่างกันเลย

4. คนทำเว็บสามารถตีราคาได้ทันที
อันนี้เจอเยอะถึงเยอะมากครับ “อยากทำเว็บขายของหรือ app ถ่ายรูป เท่าไรครับ” อารมณ์ประมาณว่าเห็นบ้านหลังนั้นไหมครับ ราคาเท่าไรครับ ผมก็ต้องบอกว่ายังไม่เห็นภายในบ้าน วัสดุที่ใช้ การตกแต่งภายใน และลูกเล่นรายละเอียดในบ้านเลยครับ ผมตอบให้ไม่ได้หรอกครับ ว่าเท่าไรหรอกครับแต่ประมาณช่วงได้ และราคาขึ้นอยู่กับว่าทางลูกค้าต้องการ scope งานขนาดไหนครับ โดยปกติแล้วทางลูกค้าจะต้องมีตัวอย่างที่ชอบหรือ คู่แข่งนำมาให้ดูครับ แล้วต้องการเพิ่มหรือลดอะไรจากตัวอย่าง อันนั้นถึงจะทราบราคาได้ครับ โดยปกติแล้วถ้าไม่ใช่เว็บสำเร็จรูปจะตอบราคาไม่ได้ครับ เพราะเว็บสำเร็จรูปเค้ามัดมือชกคุณเรียบร้อยแล้ว คุณไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ครับ แต่ถ้าทำเว็บตามความต้องการแล้วจะทำมี scope งานที่ละเอียดครับ

5. ทำเว็บฟรีๆหรือเว็บสำเร็จรูปดีกว่าเสมอ ไม่ต้องเสียตังหรือเสียน้อย
อันนี้ผมขอตอบว่าไม่เสมอไปครับ ในโลกนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด มีแต่คำว่าเหมาะกับคุณที่สุดครับ ทุกตลาดมีจุดยืนของมันเอง ถ้าทำเว็บฟรีๆแล้วดีกว่า บริษัททำเว็บและแอปคงไม่มีวันเกิดครับผม เว็บฟรีดียังไง ดีแน่นอนครับ มันฟรี แต่ความน่าเชื่อถือคุณก็น้อยเช่นกันครับ เพราะมันฟรี ใครจะทำก็ได้ ใครจะปิดหนีก็ได้ เว็บฟรีเหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นอยากทำธุรกิจครับ เว็บสำเร็จรูปก็ดีครับ สำหรับธุรกิจเล็กถึงกลางทำง่าย รวดเร็วครับ แต่ว่าการปรับแต่งเพื่อให้ถูกใจลูกค้า หรืออยากเพิ่มลูกเล่นอะไรพิเศษนั้นทำไม่ได้ครับ ส่วนเว็บที่จ้างทำเหมาะสำหรับการค้าขายที่ได้ดีแล้ว และต้องการเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองครับ

6. อย่ายึดติดกับ mobile app!!
ผมจะบอกให้ว่า mobile app นั้นราคาแพงถึงแพงมากครับ ไม่ใช่ผมคิดราคาแพงแต่ขั้นตอนการพัฒนามันยุ่งยากและซับซ้อนกว่าเว็บมากครับ อย่าจินตนาการว่าราคามันจะใกล้เคียงกับเว็บนะครับ หลายๆคนมาถามผม แล้วตกใจกับราคากันทุกคน คือผมจะต้องบอกแบบนี้ครับ ว่าคุณจำเป็นต้องมี mobile app จริงๆหรือ? หรือต้องการเป็นเพียง marketing gimmick ไว้ในการเสนอลูกค้าเท่านั้น? เพราะราคามันแพงจริงๆ ถ้ามันถูกแบบราคาเว็บนะครับ ป่านนี้ mobile app ไม่มีเพียงแค่ 5-6 แสนแอ็ปหรอกครับ ในขณะที่เว็บมีเป็นหมื่นล้านเว็บเลย ถ้าจะทำ mobile app เตรียมตัวถือเงินหลักแสนได้เลยครับผม

7. Great power come with great money
ความอลังการมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายครับผม หลายๆคนจะจินตนาการไว้หรูหรามากกว้างใหญ่ไพศาล เหมือนฝันว่าจะอยู่บ้านใหญ่ๆมีสวนกว้างๆ หมา 1-2 ตัว อยู่ในเมือง ราคาประมาณ 20 ล้าน หงายหลังเป็นลมกันหมด ยิ่งลูกเล่นหรูหราอลังการ ราคาเว็บก็ยิ่งขึ้นครับ อย่างเว็บง่ายๆธรรมดาหรือเว็บสำเร็จรูปราคาจะธรรมดาครับ ไม่สามารถเปรียบเทียบเว็บสั่งทำได้นะครับ เว็บสั่งทำ function หรือ feature ตามใจคุณลูกค้า ราคาก็จะหลักหมื่นเลยครับ ยิ่งระบบเยอะ ยิ่งอาจจะถึงแสนเลยก็เป็นไปได้ครับ

8. ทำเว็บแบบพอเพียงก็พอ ไม่ต้องเยอะ
ผมเคยอ่านทฤษฎีของเมืองนอกว่า ของเราที่เรามีอยู่ประมาณ 60 % แทบไม่ได้ใช้เลย ซื้อไว้งั้นแหละ เห็นเค้ามีก็เลยอยากมีตาม ทุกคนลองไปเปิดตู้เสื้อผ้าดูนะครับ แล้วนับจำนวนเสื้อผ้าที่เรามี แล้วนับคำนวนดูว่าเราใช้ครบทุกตัวไหม ตัวไหนเราใช้น้อยมากๆ ซึ่งทฤษฎีนี้ใช้ได้กับทุกๆอย่างแม้แต่กระทั้งเว็บ บางลูกเล่นที่คุณคิดว่าคนไม่ใช้เลย หรือคนไม่ได้เข้ามาใช้เลย พยายามไตร่ตรองแล้วคิดดีๆครับ ผมไม่อยากให้คุณเสียเงินฟรีๆ เสียตังไปแล้วไม่ได้ใช้ สู้เอาตังไปลงทุนส่วนที่มันมีให้มันใช้ง่าย ใช้ดีขึ้นดีกว่าครับ ผมเลยขอเรียกว่าเว็บแบบพอเพียง อันนั้นจะใช้ทำให้มันดี อันไหนไม่ใช้ก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องตามกระแส

9. เว็บเสร็จแล้วจบละการตลาด online ไม่ใช่แหละ!!
ทุกคนตอนทำก็ตื่นเต้นชอบกับเว็บมากครับ แต่พอเว็บเสร็จแล้วก็ปล่อยร้างเอาไว้ ไม่ได้สนใจอะไรมาก ลูกค้าเห็นเว็บที่ไม่วิ่ง google เห็นเว็บที่ไม่วิ่งสุดท้าย ก็ไม่มีคนเข้ามานะครับ แล้วเงินที่ลงไปก็สลายไปเช่นกันครับ ลูกค้าสมัยใหม่ชอบอ่าน ชอบศึกษาเองครับ พยายาม update เว็บบ่อยๆ ลูกค้าก็จะเข้ามาติดตามมาดูครับ แล้วเว็บกว่า 70 % ผมมั่นใจเลยว่าเป็นเว็บร้าง คือมีเว็บเสร็จไม่ได้เพิ่มข้อมูลใดๆเลย
การทำ blog หรือการ update ข่าวที่เกี่ยวกับสินค้าของคุณ มีผลต่อการค้นหาของ google และเพิ่มความมั่นใจของลูกค้าให้รับทราบว่าคุณยังอยู่กับเว็บนะ ไม่ได้หายไปไหน

10. อย่าโชว์ power ว่าข้านั้นแน่ พวกทำเว็บหน้าที่คือทำตาม
คือพวกผมทำเว็บกัน 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ 365 วันต่อปี ผมมองไม่เห็นเลยว่าคุณลูกค้าจะเก่งกว่าพวกผมได้ยังไงครับ? ไม่ได้อวดเก่ง แต่ว่าเราคลุกคลีกันมาตลอด เราลองผิดลองถูกกันมาตลอด เรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี อะไร work ไม่ work เราตามยุคสมัยกันมาตลอด ถ้าคุณคิดว่าคุณถูกเสมอ คุณพลาดแล้วครับ พวกผมอาจจะมีความรู้อะไรที่พวกคุณพลาดไป หรือไม่รู้ก็เป็นไปได้ ให้เปิดกว้างไว้ครับ พวกผมก็เช่นกัน เวลาคุยกับลูกค้าเราจะไม่ออกตัวแรง เหมือนรถเฟอรรารี่ เราจะค่อยออกตัวๆ ถ้าลูกค้ายืนยันบอกว่าผมจะเอาแบบนี้ สิ่งที่ผู้พัฒนาจะพูดก็คือ “เราเคยเจอแบบนี้นะครับ ปัญหาในอนาคตอาจจะมีแบบนี้ คุณจะยัง ok นะครับ” ถ้าคุณรับฟังแล้วพิจารณาแล้วก็ ok ครับ แต่บางคนว่าข้านั้นแน่ ข้านั้นเจ๋ง เราก็มีวิธีรับมือกับลูกค้าแบบนี้เช่นกันครับ โดยการทำตามไม่พูดอะไร ไม่เสนออะไรครับ ถ้าพลาดคุณก็รับผิดชอบ เพราะหน้าที่เราทำตามเท่านั้น แต่เราทุกคนทำเว็บก็อยากให้เว็บคุณไปได้ เจริญ คนชื่นชม แล้วคุณก็จะกลับมาจ้างเราใหม่ ฉะนั้นคำแนะนำที่เราให้ คือหวังดีครับ ไม่ได้ต้องการจะโชว์ power ว่าผมรู้มากกว่าคุณ

ก่อนทำเว็บลองศึกษาเกี่ยวกับ 10 อย่างที่ผมให้ไปนะครับ ลูกค้าจะได้ไม่คอยเก้อ หรือเจอพวกนักพัฒนาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร คุณก็จะได้มองออกว่าจ้างคนอื่นดีกว่า หรือหาเจ้าอื่นดีกว่า เพราะเงินทุกบาทที่ลงไปจะคุ้มไม่คุ้ม สุดท้ายคุณคือคนตัดสินใจครับ ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอตัดสินใจผิดนั้น ขาดทุนไม่คุ้มเลยครับ